เช่นถามว่า
“จะได้ไปเดทกับสาวที่ชอบไหม ?”
ไพ่ขึ้นมาเป็นภาพ
“ผู้ชายกำลังนวดไหล่ให้ผู้หญิงอยู่”
เลยออกคำตอบไปว่า …
“เราต้องเอาอกเอาใจเค้าบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ใจอ่อนเอง”
แทนที่จะตอบว่า น่าจะ “ได้ไปเดท”
อาจจะได้ไปเดทกันที่ร้านนวด อะไรก็ว่าไป …
……
คำตอบคือ “ได้” เพราะไพ่อาจจะอยากบอก
อะไรอย่างอื่นก็ได้ (ตามความเชื่อ)
แต่ทีนี้ปัญหาคือ ถ้าเกิดว่าไพ่สามารถ
อยากจะบอกอะไรก็ได้ นอกเหนือกับสิ่งที่เราถาม
แล้วเราจะ “ตั้งคำถามกับไพ่ไปทำไม ?”
เราต้องไม่ลืมว่า “คำถาม” คือ องค์ประกอบที่
“สำคัญที่สุด” ในการอ่านไพ่ เพราะถ้าเราไม่มี
คำถาม เราก็จะไม่สามารถออกคำตอบจาก
หน้าไพ่ได้ (หรือออกคำตอบได้ แต่คำตอบก็จะ
ไม่ประโยชน์อะไร เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยากรู้)
ในเมื่อคำถามเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
สิ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ
“การตอบให้ตรงคำถาม”
แล้วเงื่อนไข (ความเชื่อ) ที่ว่า
“ไพ่อาจจะอยากตอบอย่างอื่นก็ได้” ล่ะ ?
ตรงนี้บอกไปแล้วในช่วงต้นว่ามันคือ “ความเชื่อ”
(ความเชื่อ เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผล
ใครอยากจะเชื่ออะไร อย่างไร ก็ได้)
เราจะลองมาชำแหละความเชื่อนี้กัน
ภายใต้ความเชื่อที่ว่า
“ไพ่อาจจะอยากตอบอย่างอื่นก็ได้”
ความจริงแล้วมันก็คือ
“เราอ่านไพ่ไม่ออก” ต่างหาก !!!
(หรือไม่สามารถออกคำตอบให้ตรงกับคำถามได้)
•• ด้วยระยะเวลาที่จำกัดในการออกคำตอบ
•• ด้วยหน้าไพ่ที่หงายขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว
(ไม่รู้ว่าหยิบได้ไพ่อะไรจนกว่าจะหงายขึ้นมา)
•• ด้วยความที่ต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจในคำตอบ
ที่เราอ่านไพ่ออกไปในทันที
•• ด้วยความกดดันจากสายตาของลูกค้า
ฯลฯ
ด้วยสถานการณ์บีบคั้นเหล่านี้ ทำให้เรามีโอกาส
สูงมาก ที่จะออกคำตอบไม่ตรงกับคำถาม เพราะ
เหมือนกับว่า เราต้อง “พูดอะไรสักอย่าง” ออกไป
ก่อน
พอนักอ่านไพ่ตั้งสติได้ รู้ว่าจะต้องตอบอะไร
ก็อาจจะวนมาตอบคำถามที่ลูกค้าถามไว้
แต่ส่วนใหญ่จะ “หลุดแล้ว ก็หลุดไปเลย”
(แล้วแต่คำตอบที่ตอบออกมาตอนนั้นด้วย ว่าจะ
คนละเรื่องกับที่ถามมากน้อยขนาดไหน)
เราอาจจะเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น
“กระบวนการ การหลีกเลี่ยงการตอบ
ให้ตรงคำถามแบบอัตโนมัติ (หรือตั้งใจ)” ก็ได้
ซึ่งถ้าเราทำแบบนี้บ่อย ๆ จะเกิดปัญหาขึ้นคือ
1.ลูกค้าจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เราพูด
ก็เพราะเราตอบไม่ตรงคำถาม ถ้าลูกค้า
ขี้สงสัยหน่อย ก็อาจจะถามเราตรงนั้นเลยว่า
“ตกลงมันจะเป็นยังไงกันแน่ ?” และ ในใจลูกค้า
อาจจะคิดว่า “มันตอบอะไรของมันวะ ?”
ทำให้ความน่าเชื่อถือของนักอ่านไพ่ตกไปอีก
(ดูตัวอย่างที่ต้นบทความได้เลย)
ถ้าลูกค้าไม่กล้าหืออือกับเรา ลูกค้าก็จะกลับไป
ด้วยความสงสัย (การอ่านไพ่ไม่เกิดประโยชน์)
ตรงนี้จะทำให้นักอ่านไพ่เข้าใจผิดว่า
“ฉันอ่านได้ถูกต้องแล้ว” เพราะลูกค้าไม่ได้ว่าอะไร
ทำให้เกิดสิ่งนี้ตามมา คือ
2. ทำให้ทักษะการอ่านไพ่ไม่พัฒนา
พอเห็นหน้าไพ่ แล้วอยากตอบอะไรก็ตอบ
โดยไม่คำนึงถึงหลักการ นึกถึงแต่ว่า
“ไพ่อาจจะอยากบอกอย่างอื่นก็ได้”
แล้วทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
จะทำให้เรา “ไม่เกิดการฝึกฝน”
คือ ไม่ฝึกฝน หรือ บังคับตัวเองให้ออกคำตอบ
ที่ตรงกับคำถาม และ แย่กว่านั้นหากเราทำแบบนี้ไป
นาน ๆ อาจจะทำเราให้กลายเป็นคนที่
“ออกคำตอบไม่ตรงกับหน้าไพ่ด้วย”
ซึ่งจะทำให้ลูกค้า เกิดความกังขา
ในตัวนักอ่านไพ่เพิ่มขึ้นไปอีก
ถ้าอยากจะพัฒนาตัวเอง เพื่อให้เป็นนักอ่านไพ่
ที่ออกคำตอบตรงได้กับคำถาม นั้นไม่ยาก ก็แค่
“ลูกค้าถามอะไร ก็ตอบอันนั้น” เช่น
ถามหาแนวโน้ม ก็ตอบ แนวโน้ม
ถามหาวิธีการ ก็ตอบ วิธีการ
ถามหาสาเหตุ ก็ตอบ สาเหตุ
ถามหาเวลา ก็ตอบ เวลา
ฯลฯ
ง่าย ๆ แบบนี้เลย
ถามอะไร ก็บังคับตัวเองให้ตอบอันนั้น
ฝึกฝนไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เรากลายเป็นคนที่
ออกคำตอบได้ตรงกับคำถามไปโดยอัตโนมัติ
ความจริงแล้วเราจะอ่านไพ่ยังไงก็ได้
ตราบที่ลูกค้ายังพอใจ และ เชื่อถือในตัวเรา
ทีนี้ก็อยู่ที่ตัวเราแล้วว่า จะทำตามความเชื่อ
(ที่ไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว) ไปเรื่อย ๆ หรือ จะทำตาม
หลักการที่ควรจะเป็น เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป …
“Tarot is Your Friend”
+ นาฬิกาไพ่ทาโรต์ –
www.nalikatarot.com
www.facebook.com/nalikatarot
www.youtube.com/nalikatarotofficial
