แม้ว่าเราจะเรียนรู้กันมาทั้งหมดแล้วว่า
เราจะอ่านไพ่ยังไง ประยุกต์ใช้ยังไง แต่เรา
ต้องไม่ลืมว่า ทั้งหมดทั้งมวลนั้นมันก็คือการ
“เสี่ยงทาย” อยู่ดี
นั่นหมายความว่า การทำนายด้วยไพ่นั้น
คำทำนายอาจ จะถูก หรือ จะผิด ก็ได้
ก็เลยมีคำถามต่อว่า ถ้าเป็นแบบนั้น
“แล้วเราจะใช้ไพ่เพื่ออะไรกันแน่ ?”
จริง ๆ แล้ว จุดประสงค์ของการอ่านไพ่
มีหลายอย่างมาก ตั้งแต่เพื่อความบันเทิง
เพื่อบอก อดีต ปัจจุบัน อนาคต เพื่อติดต่อ
กับสิ่งลี้ลับ ฯลฯ แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า
หรือ นักอ่านไพ่แต่ละคน
แต่ถ้าเราดูในคำนิยามของการอ่านไพ่
ที่บอกว่า การอ่านไพ่ คือการ “ตอบคำถามที่เรา
อยากรู้” ก็แปลว่า การอ่านไพ่นั้น ก็คือการ
“ให้คำปรึกษา หรือ คำแนะนำ” แบบหนึ่ง นั่นเอง
ทีนี้ก็อาจมีคำถามต่อว่า
“แบบนี้ เราไปหากูรู หรือ ผู้รู้เฉพาะทางนั้น ๆ
แล้วไปขอคำปรึกษากับคนนั้นเลยไม่ดีกว่าหรือ”
(ไม่ต้องใช้ไพ่ด้วย)
ต้องบอกว่า การให้คำปรึกษา / ให้คำแนะนำ
ด้วยการใช้ไพ่นั้น “เป็นออปชั่น” แบบหนึ่ง
ของการให้คำปรึกษา / คำแนะนำ
เหมือนกับเวลาที่เราอยากฟังเพลง ก็มีให้เลือกว่า
จะฟังเทป ฟังซีดี ฟังวิทยุ หรือ ไปฟังดนตรีสด
ที่คอนเสิร์ต / ร้านอาหาร ซึ่ง ก็มีความแตกต่าง
ทั้งในเรื่องของซาวด์ อารมณ์ความรู้สึกร่วม ฯลฯ
ที่ไม่เหมือนกันในการฟังเพลงแต่ละแบบ
การให้คำปรึกษา / คำแนะนำ ก็เช่นกัน
การไปหากูรูเฉพาะทางตัวจริง คุณก็จะได้คำแนะนำ
ที่นำไปปฏิบัติได้จริง ที่มีคนเคยลอง เคยทำแล้ว
ประสบความสำเร็จ หรือ มากกว่านั้น คุณอาจจะได้
พลังบวก การปลุกใจ จากกูรูคนนั้น ทำให้ฮึกเหิมขึ้น
ไปอีก
แน่นอนว่า การปรึกษากับแฟน กับเพื่อน กับพระ
กับครูบาอาจารย์ หรือ กับใครก็ตาม ก็จะได้
ความแตกต่างอีกเช่นกัน (มีหลายออปชั่น)
ส่วนการให้คำปรึกษา / คำแนะนำ ด้วยไพ่
คุณก็จะได้ “คำปรึกษา และ คำแนะนำ จริง ๆ”
เช่นกัน (ถ้าเป็นนักอ่านไพ่ที่ให้คำปรึกษาจริง ๆ ไม่ใช่สายมู)
แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ “การกระทบจิตใจ”
และ ความรู้สึกที่ว่า “มันเป็นไปได้ยังไง ?”
จากการ “เสี่ยงทาย” ด้วยไพ่นั่นเอง
ยังไง ?
เป็นไปได้ยังไง ที่ไพ่มีตั้งหลายใบ แต่ภาพของไพ่
ที่หยิบขึ้นมากลับตรงกับเรื่องที่ถามพอดี หรือ
คำตอบของไพ่กลับเป็นเรื่องธรรมดา ๆ ที่เราไม่เคย
นึกถึงมาก่อนเลย และ ที่น่าทึ่งไปอีก คือ พอทำแล้ว
ก็ได้ผลจริง ๆ ด้วย
หรือแม้แต่ความคิดที่ว่า “ไปถามใคร ก็ตอบเหมือน ๆ
กันหมด” (เช่น อยากสอบผ่าน ก็ต้อง “อ่านหนังสือ”)
งั้นลองถามไพ่ดูดีกว่า “ว่าไพ่จะตอบว่าอะไร”
นี่ก็ทำให้การให้คำปรึกษา / คำแนะนำ ผ่านไพ่
เป็นออปชั่นมีความ “พิเศษ” มากกว่าการไปปรึกษา
กับกูรูเป็น ๆ อีกเช่นกัน
ตรงนี้เลยทำให้ การให้คำปรึกษา / คำแนะนำ
ผ่านไพ่ มี “ความน่าสนใจ” และ “เป็นตัวเลือกที่ดี”
ไม่แพ้กับการให้คำปรึกษาผ่านกูรูจริง ๆ
เพราะจุดร่วม ของการให้คำปรึกษา / คำแนะนำ
ของแต่ละแบบนั้น (ไม่ว่าจะเป็นจากกูรู หรือ จากไพ่)
ที่มีเหมือนกันก็คือ “สามารถให้คำปรึกษาที่ดี และ
มีประโยชน์ได้”
และ จุดร่วมอีกอย่างที่มีเหมือนกันก็คือ
ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษา / คำแนะนำ แบบไหน
ก็ “ไม่สามารถการันตีผลลัพธ์ได้”
(สอดคล้องกับการทำนายด้วยไพ่
ที่ว่า จะ “ถูก” หรือ “ผิด” ก็ได้)
ยังไง ?
สมมุติ นาง A ไปขอคำปรึกษากับกูรูว่า
นาง A : ตอนนี้มีเงินสำรองอยู่ 1 ปี
โดยที่ไม่ต้องทำอะไร “อนาคตฉันจะรวยไหมคะ ?”
กูรู : แบบนี้เยี่ยมเลย ผมว่าอนาคตคุณน่าจะรวยนะ
เพราะดูคุณก็มีวินัยทางการเงินอยู่เหมือนกัน
อนาคต นาง A อาจจะไม่รวยก็ได้ เพราะเอาเงิน
ไปลงทุนแชร์ลูกโซ่หมด (ไม่การันตีผลลัพธ์)
และ ถ้านาง A ไปขอคำปรึกษาผ่านไพ่
นาง A : อนาคตฉันจะรวยไหมคะ ?
นักอ่านไพ่ : (หลังจากเปิดไพ่เสร็จ) อนาคต
คุณน่าจะรวยนะ เพราะคุณดูจัดการเงินเป็นระบบ
มากเลย
อนาคต นาง A ก็อาจจะไม่รวยก็ได้เช่นกัน
เพราะโดนผู้ชายหลอกเอาเงินไปหมด
(ไม่การันตีผลลัพธ์เช่นกัน)
ตรงนี้เลยสามารถบอกได้อีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการ
ให้คำปรึกษา / คำแนะนำ แบบใด ก็ไม่ได้มีอันไหน
ที่ดีกว่า หรือ แย่กว่าอันไหนอีกด้วย
จากบทความที่กล่าวมาทั้งหมด
น่าจะเป็นข้อสรุป และ ไม่ต้องถกเถียงกันแล้วว่า
เราใช้ไพ่เพื่ออะไรกันแน่ ?
การอ่านไพ่คือความงมงายหรือเปล่า ?
จะสู้การให้คำแนะนำจากกูรูจริง ๆ ได้หรือไม่ ?
ทีนี้ ก็ขึ้นอยู่กับนักอ่านไพ่แต่ละคนแล้ว ว่าจะใช้ไพ่
ไปในทิศทางไหน อย่างไร เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ และ
ไม่ต้องถูกครหา ว่า “งมงาย” และ “ไร้ประโยชน์”
เหมือนอย่างทุกวันนี้
หรือ แทนที่จะปิดหูปิดตา แล้วพอใครพูดอะไรไม่ดี
เกี่ยวกับการอ่านไพ่ ก็อ้างแค่ว่า “เป็นเรื่องความเชื่อ
ของแต่ละคน” อยู่แค่นั้น …
“Tarot is Your Friend”
+ นาฬิกาไพ่ทาโรต์ –
www.nalikatarot.com
www.facebook.com/nalikatarot
www.youtube.com/nalikatarotofficial
